ขอทราบหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 มาตรา 44 (2)
Hot
16 ก.ย. 2569
เข้าชม 81
คำถาม คือ ***ขอทราบหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 มาตรา 44 (2)***
.
โดยตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 มาตรา 44 บัญญัติว่า \"ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา 43 เมื่อได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินรับผิดชอบการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา 23 (5) แล้วตามลำดับ ดังต่อไปนี้
(1) ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัตินี้หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปจัดการและดูแลบำรุงรักษาภายในเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน
(2) ผู้จัดสรรที่ดินได้ดำเนินการอุทิศทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณประโยชน์หรือได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค...\"
.
เนื่องจากกรมที่ดินไม่เคยมีรายละเอียดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจนแจ้งแก่ประชาชนเลย ทำให้เกิดปัญหากับประชาชนหลายประการ เช่น
1. มุมที่หนึ่ง : ผู้จัดสรรที่ดินจะแจ้งผู้ซื้อที่ดินจัดสรรว่า ต้องจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน ตามมาตรา 44 (1) ไม่เช่นนั้นผู้จัดสรรจะดำเนินการอุทิศทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณประโยชน์ตามมาตรา 44 (2) ต่อไปทันที
2. มุมที่สอง : ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเห็นว่ากฎหมายไม่ได้ระบุหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน มาตรา 44 (2) ไว้ชัด จึงโต้แย้งยืท้อเวลาการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรกับผู้จัดสรรออกไป
.
จึงขอสอบถามหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 มาตรา 44 (2) ที่ชัดเจนให้ประชาชนรับทราบด้วยนะครับ
.
โดยตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 มาตรา 44 บัญญัติว่า \"ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา 43 เมื่อได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดภายหลังจากครบกำหนดระยะเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินรับผิดชอบการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามมาตรา 23 (5) แล้วตามลำดับ ดังต่อไปนี้
(1) ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัตินี้หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นเพื่อรับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปจัดการและดูแลบำรุงรักษาภายในเวลาที่ผู้จัดสรรที่ดินกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน
(2) ผู้จัดสรรที่ดินได้ดำเนินการอุทิศทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณประโยชน์หรือได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค...\"
.
เนื่องจากกรมที่ดินไม่เคยมีรายละเอียดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจนแจ้งแก่ประชาชนเลย ทำให้เกิดปัญหากับประชาชนหลายประการ เช่น
1. มุมที่หนึ่ง : ผู้จัดสรรที่ดินจะแจ้งผู้ซื้อที่ดินจัดสรรว่า ต้องจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดสรรที่ดิน ตามมาตรา 44 (1) ไม่เช่นนั้นผู้จัดสรรจะดำเนินการอุทิศทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณประโยชน์ตามมาตรา 44 (2) ต่อไปทันที
2. มุมที่สอง : ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเห็นว่ากฎหมายไม่ได้ระบุหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน มาตรา 44 (2) ไว้ชัด จึงโต้แย้งยืท้อเวลาการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรกับผู้จัดสรรออกไป
.
จึงขอสอบถามหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 มาตรา 44 (2) ที่ชัดเจนให้ประชาชนรับทราบด้วยนะครับ
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
ได้วางหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าว ในร่างระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางว่าด้วยการพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคของผู้จัดสรรที่ดิน พ.ศ. .... ไว้เป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้
1. กรณีผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่อาจดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรรายสุดท้ายได้รับแจ้ง) หากผู้จัดสรรที่ดินยังประสงค์จะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค ให้ยื่นคำขออุทิศทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน พร้อมแสดงเอกสารหลักฐาน ได้แก่ หลักฐานการตรวจสอบสภาพสาธารณูปโภคว่าอยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติ หลักฐานแสดงว่าผู้ซื้อที่ดินจัดสรรไม่อาจจัดตั้งนิติบุคคลฯ ได้ภายในกำหนดเวลา และหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงสาธารณูปโภค
2. เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้จดทะเบียนการอุทิศทรัพย์สินดังกล่าวให้เป็นสาธารณประโยชน์ และให้ผู้จัดสรรที่ดินแจ้งเป็นหนังสือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้รับอุทิศทรัพย์สินทราบ พร้อมทั้งส่งมอบเงินตามจำนวนเงินในสัญญาค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค โดยให้ถือว่าผู้จัดสรรที่ดินพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุมัตินับแต่นั้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันร่างระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางฯ ดังกล่าว ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะประธานกรรมการจัดสรรที่ดินกลางลงนาม เพื่อนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป