การตั้งผู้จัดการมรดก

Hot
สมฤดี ตังเจริญ
17 Apr 2015
เข้าชม 451

ผู้ตายมีบุตร ๓ คน ตาย ๒ คน เหลือ ๑ คน มีภรรยาที่จดทะเบียน มีที่ดิน ๒๖ ไร่ ที่บ้านอีก ๔ ไร่
คำถาม
กรณีแรก หากผู้ตายทำพินัยกรรมระบุไว้ว่าที่ดินยกให้ผู้ใด จำนวนเท่าไร ในกรณีนี้จะต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ สามารถแบ่งตามพินัยกรรมที่ผู้ตายระบุไว้ได้เลยหรือไม่
กรณีที่สอง หากผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ว่าจะให้ที่ดินกับผู้ใด ทายาทที่จะได้คือ บุตร กับ ภรรยา แล้ว ลูก ของบุตรที่ตายไปแล้ว จะสามารถรับมรดกแทนมารดาที่ตายไปแล้วได้หรือไม่ และจะต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ ในกรณีนี้จะต้องดำเนินการอย่างไร
ความคิดเห็นที่ 1
คำตอบ   ๑.  กรณีบิดาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินถึงแก่ความตาย  โดยทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทตามที่ระบุในพินัยกรรม  ทายาทตามพินัยกรรมสามารถไปยื่นคำขอโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่  พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  (เช่น  โฉนดที่ดิน  หนังสือรับรองการทำประโยชน์  (น.ส.๓ , น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข)  เป็นต้น)  หลักฐานการตายของบิดา  พินัยกรรมตัวจริง  ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของทายาทตามพินัยกรรม  ซึ่งต้องมีการประกาศการรับมรดก  ๓๐  วัน  เมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีผู้ใดคัดค้าน  พนักงานเจ้าหน้าที่จะจดทะเบียนโอนมรดก  ตามมาตรา  ๘๑  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  โดยไม่จำเป็นต้องตั้งผู้จัดการมรดก

           ๒.  กรณีบิดาซึ่งถึงแก่ความตาย  โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้  ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของบิดา  ตามมาตรา  ๑๖๒๙  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ได้แก่  บุพการี  ผู้สืบสันดาน  และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา  ดังนั้น  หากบุตรเพียงผู้เดียวประสงค์จะรับโอนมรดกที่ดินแปลงนี้  ก็ชอบที่จะไปยื่นคำขอโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่  พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  (เช่น  โฉนดที่ดิน  หนังสือรับรองการทำประโยชน์  (น.ส.๓ , น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข)  เป็นต้น) หลักฐานการตายของบิดา  หลักฐานการเป็นทายาท  ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน  โดยให้ทายาทที่ไม่ขอรับมรดกไปให้ถ้อยคำยินยอมไม่ขอรับมรดกหรือนำหลักฐานไม่รับมรดกของทายาทนั้นไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  กรณีทายาทคนใดตายก็ต้องนำหลักฐานการตายไปแสดง  เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้วจะประกาศการรับมรดกมีกำหนด  ๓๐  วัน  เมื่อครบกำหนดประกาศไม่มีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน  พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่บุตร  ตามนัยมาตรา  ๘๑  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  หากเห็นว่า  การรับมรดกดังกล่าวข้างต้นมีหลายขั้นตอนหรือมีปัญหาในการจัดการมรดก  ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกของบิดา  เมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาแล้ว  ผู้จัดการมรดกสามารถจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกที่ดินให้แก่บุตรซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของบิดาได้  โดยไม่ต้องประกาศการรับมรดก  ๓๐  วัน  ตามมาตรา  ๘๒  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

           ๓.  กรณีบุตรเจ้ามรดกที่ตายไป  ๒  คน  ก็สามารถรับมรดกของบิดาได้  แต่การที่บุตรซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดกตายก่อนหรือหลังเจ้ามรดกมีผลต่างกัน  คือ

                 ๓.๑  ถ้าบุตรตายก่อนเจ้ามรดก  ผู้ที่มีสิทธิรับมรดกแทนที่คือ  ผู้สืบสันดานของบุตรที่ตายก่อนเท่านั้นตามมาตรา  ๑๖๓๙  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                 ๓.๒  ถ้าบุตรตายหลังเจ้ามรดก   ผู้มีสิทธิรับมรดกตกทอดคือ  บุพการี  ผู้สืบสันดาน  และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรที่ตายหลังเจ้ามรดก  ตามมาตรา  ๑๖๒๙  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

           หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน  โทร. ๐ - ๒๑๔๑ - ๕๗๖๓ - ๔
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
24 Apr 2015
ความคิดเห็นที่ 2
คำตอบ   ๑.  กรณีบิดาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินถึงแก่ความตาย  โดยทำพินัยกรรมไว้  ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทตามที่ระบุในพินัยกรรม  ทายาทตามพินัยกรรมสามารถไปยื่นคำขอโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่  พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  (เช่น  โฉนดที่ดิน  หนังสือรับรองการทำประโยชน์  (น.ส.๓ , น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข)  เป็นต้น)  หลักฐานการตายของบิดา  พินัยกรรมตัวจริง  ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของทายาทตามพินัยกรรม  ซึ่งต้องมีการประกาศการรับมรดก  ๓๐  วัน  เมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีผู้ใดคัดค้าน  พนักงานเจ้าหน้าที่จะจดทะเบียนโอนมรดก  ตามมาตรา  ๘๑  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  โดยไม่จำเป็นต้องตั้งผู้จัดการมรดก

           ๒.  กรณีบิดาซึ่งถึงแก่ความตาย  โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้  ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของบิดา  ตามมาตรา  ๑๖๒๙  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ได้แก่  บุพการี  ผู้สืบสันดาน  และ       คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา  ดังนั้น  หากบุตรเพียงผู้เดียวประสงค์จะรับโอนมรดกที่ดินแปลงนี้  ก็ชอบที่จะไปยื่นคำขอโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  ณ  สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่  พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน  (เช่น  โฉนดที่ดิน  หนังสือรับรองการทำประโยชน์  (น.ส.๓ , น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข)  เป็นต้น) หลักฐานการตายของบิดา  หลักฐานการเป็นทายาท  ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน  โดยให้ทายาทที่ไม่ขอรับมรดกไปให้ถ้อยคำยินยอมไม่ขอรับมรดกหรือนำหลักฐานไม่รับมรดกของทายาทนั้นไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่  กรณีทายาทคนใดตายก็ต้องนำหลักฐานการตายไปแสดง  เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้วจะประกาศการรับมรดกมีกำหนด  ๓๐  วัน  เมื่อครบกำหนดประกาศไม่มีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน  พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่บุตร  ตามนัยมาตรา  ๘๑  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน  หากเห็นว่า  การรับมรดกดังกล่าวข้างต้นมีหลายขั้นตอนหรือมีปัญหาในการจัดการมรดก  ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกของบิดา  เมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาแล้ว  ผู้จัดการมรดกสามารถจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกที่ดินให้แก่บุตรซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของบิดาได้  โดยไม่ต้องประกาศการรับมรดก  ๓๐  วัน  ตามมาตรา  ๘๒  แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

           ๓.  กรณีบุตรเจ้ามรดกที่ตายไป  ๒  คน  ก็สามารถรับมรดกของบิดาได้  แต่การที่บุตรซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดกตายก่อนหรือหลังเจ้ามรดกมีผลต่างกัน  คือ

                 ๓.๑  ถ้าบุตรตายก่อนเจ้ามรดก  ผู้ที่มีสิทธิรับมรดกแทนที่คือ  ผู้สืบสันดานของบุตรที่ตายก่อนเท่านั้นตามมาตรา  ๑๖๓๙  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                 ๓.๒  ถ้าบุตรตายหลังเจ้ามรดก   ผู้มีสิทธิรับมรดกตกทอดคือ  บุพการี  ผู้สืบสันดาน  และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรที่ตายหลังเจ้ามรดก  ตามมาตรา  ๑๖๒๙  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

           หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน  โทร. ๐ - ๒๑๔๑ - ๕๗๖๓ - ๔
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
24 Apr 2015
rss image

Supported browsers Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน