การตั้งผู้จัดการมรดก
Hot
17 เม.ย. 2558
เข้าชม 448
ผู้ตายมีบุตร ๓ คน ตาย ๒ คน เหลือ ๑ คน มีภรรยาที่จดทะเบียน มีที่ดิน ๒๖ ไร่ ที่บ้านอีก ๔ ไร่
คำถาม
กรณีแรก หากผู้ตายทำพินัยกรรมระบุไว้ว่าที่ดินยกให้ผู้ใด จำนวนเท่าไร ในกรณีนี้จะต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ สามารถแบ่งตามพินัยกรรมที่ผู้ตายระบุไว้ได้เลยหรือไม่
กรณีที่สอง หากผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ว่าจะให้ที่ดินกับผู้ใด ทายาทที่จะได้คือ บุตร กับ ภรรยา แล้ว ลูก ของบุตรที่ตายไปแล้ว จะสามารถรับมรดกแทนมารดาที่ตายไปแล้วได้หรือไม่ และจะต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ ในกรณีนี้จะต้องดำเนินการอย่างไร
คำถาม
กรณีแรก หากผู้ตายทำพินัยกรรมระบุไว้ว่าที่ดินยกให้ผู้ใด จำนวนเท่าไร ในกรณีนี้จะต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ สามารถแบ่งตามพินัยกรรมที่ผู้ตายระบุไว้ได้เลยหรือไม่
กรณีที่สอง หากผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ว่าจะให้ที่ดินกับผู้ใด ทายาทที่จะได้คือ บุตร กับ ภรรยา แล้ว ลูก ของบุตรที่ตายไปแล้ว จะสามารถรับมรดกแทนมารดาที่ตายไปแล้วได้หรือไม่ และจะต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ ในกรณีนี้จะต้องดำเนินการอย่างไร
ความคิดเห็นที่ 2
คำตอบ ๑. กรณีบิดาซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินถึงแก่ความตาย โดยทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทตามที่ระบุในพินัยกรรม ทายาทตามพินัยกรรมสามารถไปยื่นคำขอโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ , น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข) เป็นต้น) หลักฐานการตายของบิดา พินัยกรรมตัวจริง ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของทายาทตามพินัยกรรม ซึ่งต้องมีการประกาศการรับมรดก ๓๐ วัน เมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีผู้ใดคัดค้าน พนักงานเจ้าหน้าที่จะจดทะเบียนโอนมรดก ตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยไม่จำเป็นต้องตั้งผู้จัดการมรดก
๒. กรณีบิดาซึ่งถึงแก่ความตาย โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของบิดา ตามมาตรา ๑๖๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ บุพการี ผู้สืบสันดาน และ คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา ดังนั้น หากบุตรเพียงผู้เดียวประสงค์จะรับโอนมรดกที่ดินแปลงนี้ ก็ชอบที่จะไปยื่นคำขอโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ , น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข) เป็นต้น) หลักฐานการตายของบิดา หลักฐานการเป็นทายาท ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน โดยให้ทายาทที่ไม่ขอรับมรดกไปให้ถ้อยคำยินยอมไม่ขอรับมรดกหรือนำหลักฐานไม่รับมรดกของทายาทนั้นไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีทายาทคนใดตายก็ต้องนำหลักฐานการตายไปแสดง เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้วจะประกาศการรับมรดกมีกำหนด ๓๐ วัน เมื่อครบกำหนดประกาศไม่มีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่บุตร ตามนัยมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หากเห็นว่า การรับมรดกดังกล่าวข้างต้นมีหลายขั้นตอนหรือมีปัญหาในการจัดการมรดก ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกของบิดา เมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาแล้ว ผู้จัดการมรดกสามารถจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกที่ดินให้แก่บุตรซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของบิดาได้ โดยไม่ต้องประกาศการรับมรดก ๓๐ วัน ตามมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
๓. กรณีบุตรเจ้ามรดกที่ตายไป ๒ คน ก็สามารถรับมรดกของบิดาได้ แต่การที่บุตรซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดกตายก่อนหรือหลังเจ้ามรดกมีผลต่างกัน คือ
๓.๑ ถ้าบุตรตายก่อนเจ้ามรดก ผู้ที่มีสิทธิรับมรดกแทนที่คือ ผู้สืบสันดานของบุตรที่ตายก่อนเท่านั้นตามมาตรา ๑๖๓๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
๓.๒ ถ้าบุตรตายหลังเจ้ามรดก ผู้มีสิทธิรับมรดกตกทอดคือ บุพการี ผู้สืบสันดาน และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรที่ตายหลังเจ้ามรดก ตามมาตรา ๑๖๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน โทร. ๐ - ๒๑๔๑ - ๕๗๖๓ - ๔
๒. กรณีบิดาซึ่งถึงแก่ความตาย โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของบิดา ตามมาตรา ๑๖๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ บุพการี ผู้สืบสันดาน และ คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา ดังนั้น หากบุตรเพียงผู้เดียวประสงค์จะรับโอนมรดกที่ดินแปลงนี้ ก็ชอบที่จะไปยื่นคำขอโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ , น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข) เป็นต้น) หลักฐานการตายของบิดา หลักฐานการเป็นทายาท ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน โดยให้ทายาทที่ไม่ขอรับมรดกไปให้ถ้อยคำยินยอมไม่ขอรับมรดกหรือนำหลักฐานไม่รับมรดกของทายาทนั้นไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีทายาทคนใดตายก็ต้องนำหลักฐานการตายไปแสดง เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้วจะประกาศการรับมรดกมีกำหนด ๓๐ วัน เมื่อครบกำหนดประกาศไม่มีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่บุตร ตามนัยมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หากเห็นว่า การรับมรดกดังกล่าวข้างต้นมีหลายขั้นตอนหรือมีปัญหาในการจัดการมรดก ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกของบิดา เมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาแล้ว ผู้จัดการมรดกสามารถจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกที่ดินให้แก่บุตรซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของบิดาได้ โดยไม่ต้องประกาศการรับมรดก ๓๐ วัน ตามมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
๓. กรณีบุตรเจ้ามรดกที่ตายไป ๒ คน ก็สามารถรับมรดกของบิดาได้ แต่การที่บุตรซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดกตายก่อนหรือหลังเจ้ามรดกมีผลต่างกัน คือ
๓.๑ ถ้าบุตรตายก่อนเจ้ามรดก ผู้ที่มีสิทธิรับมรดกแทนที่คือ ผู้สืบสันดานของบุตรที่ตายก่อนเท่านั้นตามมาตรา ๑๖๓๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
๓.๒ ถ้าบุตรตายหลังเจ้ามรดก ผู้มีสิทธิรับมรดกตกทอดคือ บุพการี ผู้สืบสันดาน และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรที่ตายหลังเจ้ามรดก ตามมาตรา ๑๖๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน โทร. ๐ - ๒๑๔๑ - ๕๗๖๓ - ๔
24 เม.ย. 2558
แสดง
1 - 2 จาก 2
รายการ
1
๒. กรณีบิดาซึ่งถึงแก่ความตาย โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกย่อมตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของบิดา ตามมาตรา ๑๖๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ บุพการี ผู้สืบสันดาน และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา ดังนั้น หากบุตรเพียงผู้เดียวประสงค์จะรับโอนมรดกที่ดินแปลงนี้ ก็ชอบที่จะไปยื่นคำขอโอนมรดกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ , น.ส.๓ ก. หรือ น.ส.๓ ข) เป็นต้น) หลักฐานการตายของบิดา หลักฐานการเป็นทายาท ต้นฉบับบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน โดยให้ทายาทที่ไม่ขอรับมรดกไปให้ถ้อยคำยินยอมไม่ขอรับมรดกหรือนำหลักฐานไม่รับมรดกของทายาทนั้นไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีทายาทคนใดตายก็ต้องนำหลักฐานการตายไปแสดง เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับคำขอแล้วจะประกาศการรับมรดกมีกำหนด ๓๐ วัน เมื่อครบกำหนดประกาศไม่มีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคนใดคัดค้าน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะจดทะเบียนโอนมรดกให้แก่บุตร ตามนัยมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หากเห็นว่า การรับมรดกดังกล่าวข้างต้นมีหลายขั้นตอนหรือมีปัญหาในการจัดการมรดก ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียก็สามารถไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกของบิดา เมื่อศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาแล้ว ผู้จัดการมรดกสามารถจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกและโอนมรดกที่ดินให้แก่บุตรซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของบิดาได้ โดยไม่ต้องประกาศการรับมรดก ๓๐ วัน ตามมาตรา ๘๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
๓. กรณีบุตรเจ้ามรดกที่ตายไป ๒ คน ก็สามารถรับมรดกของบิดาได้ แต่การที่บุตรซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดกตายก่อนหรือหลังเจ้ามรดกมีผลต่างกัน คือ
๓.๑ ถ้าบุตรตายก่อนเจ้ามรดก ผู้ที่มีสิทธิรับมรดกแทนที่คือ ผู้สืบสันดานของบุตรที่ตายก่อนเท่านั้นตามมาตรา ๑๖๓๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
๓.๒ ถ้าบุตรตายหลังเจ้ามรดก ผู้มีสิทธิรับมรดกตกทอดคือ บุพการี ผู้สืบสันดาน และคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรที่ตายหลังเจ้ามรดก ตามมาตรา ๑๖๒๙ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน โทร. ๐ - ๒๑๔๑ - ๕๗๖๓ - ๔