นำที่นาไปค้ำประกันเงินกู้ ถึงกำหนดไม่มีเงินไปใช้หนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิ์ยึดที่นาได้หรือไม่

Hot
สุริสา วรอานันท์
17 Jun 2015
เข้าชม 262

ดิฉันได้รับแจ้งจากมารดาว่าได้รับการติดต่อจากเจ้าหนี้ให้นำเงินไปใช้หนี้ที่พี่ชายได้ไปกู้ยืมมา โดยที่น่าจะใช้โฉนดที่ดิน(แม่โอนให้พี่ชายแล้ว) ไปค้ำประกัน ซึ่งเมื่อแม่ของดิฉันไปติดต่อที่ร้าน เพื่อที่จะขอดูหลักฐานการกู้ยืมเงิน ทางร้านกลับไม่ให้ดูเพราะไม่ใช่คนกู้ (ที่แม่ต้องไปขอดูเอง เนื่องจาก พี่ชายดิฉันหายไปติดต่อไม่ได้มา 3 ปี แล้ว และได้มีการแจ้งความคนหายเรียบร้อยแล้ว) แต่วันนี้ น้าได้โทรศัพท์มาบอกดิฉันว่า ทางเจ้าหนี้ได้ให้คนอื่นมาทำนาในที่แปลงนี้ ดิฉันอยากจะขอความรู้ เพื่อจะได้ประกอบการตัดสินใจในการที่ดำเนินการต่อไป ดังนี้ค่ะ
1. ถ้าเป็นการกู้ยืมเงิน แล้วนำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน ทางเจ้าหนี้มีสิทธิ์ยึดที่ดินได้หรือไม่ แล้วจะโอนกรรมสิทธิ์ยังไง ในเมื่อพี่ชายดิฉันหายสาปสูญ
2. ถ้าไม่ใช่การกู้ยืมเงิน แล้วนำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน จะเป็นการขายฝากหรือไม่ ถ้าเป็นการขายฝากจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร
ดิฉันขอความกระจ่างด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ตามคำถามของท่าน  ขอตอบโดยหลักการดังนี้

                       ๑.  กรณีการกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไป  ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแห่งการกู้ยืม      จะฟ้องบังคับคดีไม่ได้  ตามคำถามพี่ชายได้นำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน  ก็ไม่แน่ชัดว่าได้มีการจดทะเบียนจำนองลงในโฉนดที่ดินนั้นหรือไม่  หากมีสัญญาเงินกู้หรือได้จดทะเบียนจำนองในโฉนดที่ดินนั้นไว้  เจ้าหนี้ก็อาจฟ้องเพื่อขอให้ศาลออกคำบังคับเพื่อนำโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้

                       ๒.  กรณีการจดทะเบียนขายฝากก็เป็นเรื่องที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ  แต่มีข้อตกลงให้พี่ชาย  (ผู้ขาย)  อาจไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้  ดังนั้น  หากเป็นการจดทะเบียนขายฝาก  และพี่ชายไม่ได้ไถ่ถอนขายฝากภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้  พี่ชายก็หมดสิทธิไถ่ถอนที่ดินคืน  ผู้รับซื้อฝากจึงเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิให้คนอื่นเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินได้ 

                       ๓.  ในกรณีของท่าน  ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน  ในเบื้องต้น  หากท่านทราบเลขที่โฉนดที่ดินและที่ตั้งของที่ดิน  ก็ควรยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่  เพื่อตรวจสอบว่าที่ดินแปลงนี้มีการโอนให้เป็นของเจ้าหนี้  หรือมีการจดทะเบียนขายฝากไว้หรือไม่  และหากท่านเห็นว่าท่านจะได้รับความเสียหาย  และจะใช้สิทธิทางศาล  สามารถขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง  เช่น  ทนายความ  สำนักอัยการ  หรือศาล  เป็นต้น

                       หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม  สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐาน  การทะเบียนที่ดิน  กรมที่ดิน  โทร. ๐  ๒๑๔๑  ๕๗๖๓ - ๔
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
23 Jun 2015
ความคิดเห็นที่ 2
ตามคำถามของท่าน  ขอตอบโดยหลักการดังนี้

                       ๑.  กรณีการกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไป  ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแห่งการกู้ยืม      จะฟ้องบังคับคดีไม่ได้  ตามคำถามพี่ชายได้นำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน  ก็ไม่แน่ชัดว่าได้มีการจดทะเบียนจำนองลงในโฉนดที่ดินนั้นหรือไม่  หากมีสัญญาเงินกู้หรือได้จดทะเบียนจำนองในโฉนดที่ดินนั้นไว้  เจ้าหนี้ก็อาจฟ้องเพื่อขอให้ศาลออกคำบังคับเพื่อนำโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้

                       ๒.  กรณีการจดทะเบียนขายฝากก็เป็นเรื่องที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ  แต่มีข้อตกลงให้พี่ชาย  (ผู้ขาย)  อาจไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้  ดังนั้น  หากเป็นการจดทะเบียนขายฝาก  และพี่ชายไม่ได้ไถ่ถอนขายฝากภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้  พี่ชายก็หมดสิทธิไถ่ถอนที่ดินคืน  ผู้รับซื้อฝากจึงเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิให้คนอื่นเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินได้ 

                       ๓.  ในกรณีของท่าน  ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน  ในเบื้องต้น  หากท่านทราบเลขที่โฉนดที่ดินและที่ตั้งของที่ดิน  ก็ควรยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่  เพื่อตรวจสอบว่าที่ดินแปลงนี้มีการโอนให้เป็นของเจ้าหนี้  หรือมีการจดทะเบียนขายฝากไว้หรือไม่  และหากท่านเห็นว่าท่านจะได้รับความเสียหาย  และจะใช้สิทธิทางศาล  สามารถขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง  เช่น  ทนายความ  สำนักอัยการ  หรือศาล  เป็นต้น

                       หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม  สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐาน  การทะเบียนที่ดิน  กรมที่ดิน  โทร. ๐  ๒๑๔๑  ๕๗๖๓ - ๔
ตอบโดย: สำนักมาตรฐานการทะเบียนที่ดิน
23 Jun 2015
rss image

Supported browsers Google Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge. © สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2567 - กรมที่ดิน

w3c html image w3c css image
ด้านบน