นำที่นาไปค้ำประกันเงินกู้ ถึงกำหนดไม่มีเงินไปใช้หนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิ์ยึดที่นาได้หรือไม่
Hot
17 มิ.ย. 2558
เข้าชม 258
ดิฉันได้รับแจ้งจากมารดาว่าได้รับการติดต่อจากเจ้าหนี้ให้นำเงินไปใช้หนี้ที่พี่ชายได้ไปกู้ยืมมา โดยที่น่าจะใช้โฉนดที่ดิน(แม่โอนให้พี่ชายแล้ว) ไปค้ำประกัน ซึ่งเมื่อแม่ของดิฉันไปติดต่อที่ร้าน เพื่อที่จะขอดูหลักฐานการกู้ยืมเงิน ทางร้านกลับไม่ให้ดูเพราะไม่ใช่คนกู้ (ที่แม่ต้องไปขอดูเอง เนื่องจาก พี่ชายดิฉันหายไปติดต่อไม่ได้มา 3 ปี แล้ว และได้มีการแจ้งความคนหายเรียบร้อยแล้ว) แต่วันนี้ น้าได้โทรศัพท์มาบอกดิฉันว่า ทางเจ้าหนี้ได้ให้คนอื่นมาทำนาในที่แปลงนี้ ดิฉันอยากจะขอความรู้ เพื่อจะได้ประกอบการตัดสินใจในการที่ดำเนินการต่อไป ดังนี้ค่ะ
1. ถ้าเป็นการกู้ยืมเงิน แล้วนำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน ทางเจ้าหนี้มีสิทธิ์ยึดที่ดินได้หรือไม่ แล้วจะโอนกรรมสิทธิ์ยังไง ในเมื่อพี่ชายดิฉันหายสาปสูญ
2. ถ้าไม่ใช่การกู้ยืมเงิน แล้วนำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน จะเป็นการขายฝากหรือไม่ ถ้าเป็นการขายฝากจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร
ดิฉันขอความกระจ่างด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
1. ถ้าเป็นการกู้ยืมเงิน แล้วนำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน ทางเจ้าหนี้มีสิทธิ์ยึดที่ดินได้หรือไม่ แล้วจะโอนกรรมสิทธิ์ยังไง ในเมื่อพี่ชายดิฉันหายสาปสูญ
2. ถ้าไม่ใช่การกู้ยืมเงิน แล้วนำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน จะเป็นการขายฝากหรือไม่ ถ้าเป็นการขายฝากจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร
ดิฉันขอความกระจ่างด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
ตามคำถามของท่าน ขอตอบโดยหลักการดังนี้
๑. กรณีการกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไป ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแห่งการกู้ยืม จะฟ้องบังคับคดีไม่ได้ ตามคำถามพี่ชายได้นำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน ก็ไม่แน่ชัดว่าได้มีการจดทะเบียนจำนองลงในโฉนดที่ดินนั้นหรือไม่ หากมีสัญญาเงินกู้หรือได้จดทะเบียนจำนองในโฉนดที่ดินนั้นไว้ เจ้าหนี้ก็อาจฟ้องเพื่อขอให้ศาลออกคำบังคับเพื่อนำโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้
๒. กรณีการจดทะเบียนขายฝากก็เป็นเรื่องที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ แต่มีข้อตกลงให้พี่ชาย (ผู้ขาย) อาจไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ ดังนั้น หากเป็นการจดทะเบียนขายฝาก และพี่ชายไม่ได้ไถ่ถอนขายฝากภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ พี่ชายก็หมดสิทธิไถ่ถอนที่ดินคืน ผู้รับซื้อฝากจึงเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิให้คนอื่นเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินได้
๓. ในกรณีของท่าน ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน ในเบื้องต้น หากท่านทราบเลขที่โฉนดที่ดินและที่ตั้งของที่ดิน ก็ควรยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ เพื่อตรวจสอบว่าที่ดินแปลงนี้มีการโอนให้เป็นของเจ้าหนี้ หรือมีการจดทะเบียนขายฝากไว้หรือไม่ และหากท่านเห็นว่าท่านจะได้รับความเสียหาย และจะใช้สิทธิทางศาล สามารถขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง เช่น ทนายความ สำนักอัยการ หรือศาล เป็นต้น
หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐาน การทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน โทร. ๐ ๒๑๔๑ ๕๗๖๓ - ๔
๑. กรณีการกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไป ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแห่งการกู้ยืม จะฟ้องบังคับคดีไม่ได้ ตามคำถามพี่ชายได้นำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน ก็ไม่แน่ชัดว่าได้มีการจดทะเบียนจำนองลงในโฉนดที่ดินนั้นหรือไม่ หากมีสัญญาเงินกู้หรือได้จดทะเบียนจำนองในโฉนดที่ดินนั้นไว้ เจ้าหนี้ก็อาจฟ้องเพื่อขอให้ศาลออกคำบังคับเพื่อนำโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้
๒. กรณีการจดทะเบียนขายฝากก็เป็นเรื่องที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ แต่มีข้อตกลงให้พี่ชาย (ผู้ขาย) อาจไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ ดังนั้น หากเป็นการจดทะเบียนขายฝาก และพี่ชายไม่ได้ไถ่ถอนขายฝากภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ พี่ชายก็หมดสิทธิไถ่ถอนที่ดินคืน ผู้รับซื้อฝากจึงเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิให้คนอื่นเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินได้
๓. ในกรณีของท่าน ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน ในเบื้องต้น หากท่านทราบเลขที่โฉนดที่ดินและที่ตั้งของที่ดิน ก็ควรยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ เพื่อตรวจสอบว่าที่ดินแปลงนี้มีการโอนให้เป็นของเจ้าหนี้ หรือมีการจดทะเบียนขายฝากไว้หรือไม่ และหากท่านเห็นว่าท่านจะได้รับความเสียหาย และจะใช้สิทธิทางศาล สามารถขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง เช่น ทนายความ สำนักอัยการ หรือศาล เป็นต้น
หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐาน การทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน โทร. ๐ ๒๑๔๑ ๕๗๖๓ - ๔
23 มิ.ย. 2558
แสดง
1 - 2 จาก 2
รายการ
1
๑. กรณีการกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไป ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแห่งการกู้ยืม จะฟ้องบังคับคดีไม่ได้ ตามคำถามพี่ชายได้นำโฉนดที่ดินไปค้ำประกัน ก็ไม่แน่ชัดว่าได้มีการจดทะเบียนจำนองลงในโฉนดที่ดินนั้นหรือไม่ หากมีสัญญาเงินกู้หรือได้จดทะเบียนจำนองในโฉนดที่ดินนั้นไว้ เจ้าหนี้ก็อาจฟ้องเพื่อขอให้ศาลออกคำบังคับเพื่อนำโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้
๒. กรณีการจดทะเบียนขายฝากก็เป็นเรื่องที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ แต่มีข้อตกลงให้พี่ชาย (ผู้ขาย) อาจไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ ดังนั้น หากเป็นการจดทะเบียนขายฝาก และพี่ชายไม่ได้ไถ่ถอนขายฝากภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ พี่ชายก็หมดสิทธิไถ่ถอนที่ดินคืน ผู้รับซื้อฝากจึงเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิให้คนอื่นเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินได้
๓. ในกรณีของท่าน ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน ในเบื้องต้น หากท่านทราบเลขที่โฉนดที่ดินและที่ตั้งของที่ดิน ก็ควรยื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ เพื่อตรวจสอบว่าที่ดินแปลงนี้มีการโอนให้เป็นของเจ้าหนี้ หรือมีการจดทะเบียนขายฝากไว้หรือไม่ และหากท่านเห็นว่าท่านจะได้รับความเสียหาย และจะใช้สิทธิทางศาล สามารถขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง เช่น ทนายความ สำนักอัยการ หรือศาล เป็นต้น
หากท่านต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สำนักมาตรฐาน การทะเบียนที่ดิน กรมที่ดิน โทร. ๐ ๒๑๔๑ ๕๗๖๓ - ๔