เอกสารแนบท้ายสัญญาจะซื้อจะขายอาคารชุดมีข้อความที่ขัดกับแบบสัญญามาตรฐาน
Hot
26 May 2017
เข้าชม 77
ผู้ประกอบการเจ้าของโครงการ ได้จัดทำสัญญาจะซื้อจะขาย โดยมีเอกสารแนบท้ายสัญญาฯ ด้วย ซึ่งมีข้อหนึ่ง ระบุว่า
"ค่าปรับจากการขายดาวน์
หากผู้จะซื้อดำเนินการขายดาวน์สัญญาไปให้ลูกค้าท่านอื่น ทางผู้จะขายคิดค่าปรับเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท"
แต่ในตัวสัญญาจะซื้อจะขายมีข้อหนึ่งระบุ
"ในระหว่างที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ ผู้จะซื้อมีสิทธิ์โอนสิทธิตามสัญญานี้ให้บุคคลอื่นโดยบอกกล่าวเป็นหนังสือแก่ผู้จะขายโดยผู้จะขายตกลงจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผู้จำขายต้องจัดให้ผู้รับโอนได้รับโอนไปซึ่งสิทธิและหน้าที่"
และผู้ประกอบการยังเรียกเก็บเงินจากผู้จะซื้อเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท โดยระบุเป็นค่าปรับจากการขายดาวน์ ทำให้ผู้จะซื้อคิดว่าไม่มีทางเลือกต้องยอมจ่ายเงินส่วนนี้ทางโครงการจึงจะดำเนินการเปลี่ยนสัญญาให้
กรณีนี้ ผู้ประกอบการจะมีโทษตามมาตรา 63 แห่งพรบ อาคารชุด หรือไม่
เพราะเกรงว่าผู้ประกอบการอาจเลี่ยงใช้ช่องว่างทางกฏหมายให้รอดพ้นความรับผิดในบทบัญญัติดังกล่าว
ถ้าหากผู้ประกอบการมีความผิดตามมาตรา 63 แห่ง พรบ อาคารชุดแล้ว จะมีโทษค่าปรับแยกกรรมเป็นสัญญาแต่ละฉบับ หรือรวมทุกฉบับในโครงการเดียวกันเป็นกรรมเดียว
ผู้ประกอบการสามารถอ้างว่าผู้จะซื้อได้เซ็นยินยอมแล้ว เพื่อให้ข้อความที่ขัดกับแบบสัญญาที่รัฐมนตรีกำหนดและไม่เป็นคุณแก่ผู้จะซื้อ มีผลบังคับใช้ได้ หรือไม่
และผู้จะซื้อจะสามารถเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวคืนได้หรือไม่
"ค่าปรับจากการขายดาวน์
หากผู้จะซื้อดำเนินการขายดาวน์สัญญาไปให้ลูกค้าท่านอื่น ทางผู้จะขายคิดค่าปรับเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท"
แต่ในตัวสัญญาจะซื้อจะขายมีข้อหนึ่งระบุ
"ในระหว่างที่สัญญานี้มีผลใช้บังคับ ผู้จะซื้อมีสิทธิ์โอนสิทธิตามสัญญานี้ให้บุคคลอื่นโดยบอกกล่าวเป็นหนังสือแก่ผู้จะขายโดยผู้จะขายตกลงจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผู้จำขายต้องจัดให้ผู้รับโอนได้รับโอนไปซึ่งสิทธิและหน้าที่"
และผู้ประกอบการยังเรียกเก็บเงินจากผู้จะซื้อเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท โดยระบุเป็นค่าปรับจากการขายดาวน์ ทำให้ผู้จะซื้อคิดว่าไม่มีทางเลือกต้องยอมจ่ายเงินส่วนนี้ทางโครงการจึงจะดำเนินการเปลี่ยนสัญญาให้
กรณีนี้ ผู้ประกอบการจะมีโทษตามมาตรา 63 แห่งพรบ อาคารชุด หรือไม่
เพราะเกรงว่าผู้ประกอบการอาจเลี่ยงใช้ช่องว่างทางกฏหมายให้รอดพ้นความรับผิดในบทบัญญัติดังกล่าว
ถ้าหากผู้ประกอบการมีความผิดตามมาตรา 63 แห่ง พรบ อาคารชุดแล้ว จะมีโทษค่าปรับแยกกรรมเป็นสัญญาแต่ละฉบับ หรือรวมทุกฉบับในโครงการเดียวกันเป็นกรรมเดียว
ผู้ประกอบการสามารถอ้างว่าผู้จะซื้อได้เซ็นยินยอมแล้ว เพื่อให้ข้อความที่ขัดกับแบบสัญญาที่รัฐมนตรีกำหนดและไม่เป็นคุณแก่ผู้จะซื้อ มีผลบังคับใช้ได้ หรือไม่
และผู้จะซื้อจะสามารถเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวคืนได้หรือไม่
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๖/๒ วรรคหนึ่ง
กำหนดว่า สัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายห้องชุดระหว่างผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารชุดกับผู้จะซื้อหรือผู้ซื้อห้องชุดต้องทำตามแบบสัญญาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
วรรคสอง กำหนดว่า สัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายห้องชุดตามวรรคหนึ่งส่วนใด
มิได้ทำตามแบบสัญญาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดและไม่เป็นคุณต่อผู้จะซื้อหรือผู้ซื้อห้องชุด
สัญญาส่วนนั้นไม่มีผลใช้บังคับ และมาตรา ๖๓ กำหนดว่า
ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารตามมาตรา ๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖/๑ วรรคหนึ่ง
หรือมาตรา ๖/๒ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ซึ่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เรื่อง
กำหนดแบบสัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายห้องชุดตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.๒๕๒๒ ข้อ ๑. กำหนดว่า
สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดระหว่างผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารกับผู้จะซื้อห้องชุดต้องเป็นไปตามแบบ
(อ.ช.๒๒) กรณีตามคำถามเป็นเรื่องบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด
กำหนดข้อความมิได้เป็นตามแบบและไม่เป็นคุณต่อผู้จะซื้อสัญญาส่วนนั้นไม่มีผลบังคับตามนัยมาตรา
๖/๒ วรรคสอง ทั้งนี้ ข้อตกลงแนบท้ายสัญญาเป็น เรื่องระหว่างเอกชนหากมีข้อโต้แย้งต้องใช้สิทธิทางศาล