การคิดอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง (ที่ถูกต้อง)
Hot
22 มิ.ย. 2558
เข้าชม 100
เนื่องจากนิยามห้องชุด ตามพรบ อาคารชุด 2522 ให้ไว้ว่า
?ห้องชุด หมายความว่า ส่วนของอาคารชุดที่แยกถือกรรมสิทธิ์ออกได้เป็นส่วนเฉพาะของแต่ละบุคคล?
?อาคารชุด หมายความว่า อาคารที่บุคคลสามารถแยกถือกรรมสิทธิ์ออกได้เป็นส่วนๆ โดยแต่ละส่วนประกอบด้วยกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล และกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง?
ดังนั้นการนำพื้นที่จอดรถที่เป็นทรัพย์ส่วนบุคคล ซึ่งไม่ใช่ห้องชุดที่เป็นส่วนของอาคาร และไม่ได้อยู่ในอาคารตามนิยามข้างต้น มารวมกับพื้นที่ห้องชุดในการคิดกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะตาม มาตรา 14 แก้ไขเพิ่มเติมตาม พรบ อาคารชุด 2551 นั้นระบุไว้ว่า อัตราส่วนกรรมสิทธิ์ให้พิจารณาเฉพาะเนื้อที่ของห้องชุด และเนื้อที่ที่ต้องอยู่ในอาคารชุดเท่านั้น เป็นสำคัญ
?มาตรา ๑๔ อัตราส่วนในกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์ส่วนกลางของเจ้าของร่วมให้เป็นไปตามอัตราส่วนระหว่างเนื้อที่ของห้องชุดแต่ละห้องชุดกับเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา ๖?
ถามว่า การนำเนื้อที่พื้นที่จอดรถที่เป็นทรัพย์ส่วนบุคคลมารวมในการคิดอัตราส่วนกรรมสิทธิ์นั้นจะทำมิได้ใช่หรือไม่ เนื่องจากถ้านำพื้นที่จอดรถมาคำนวณอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง จะทำให้ผู้ที่มีที่จอดรถส่วนบุคคล ซึ่งซื้อมาในราคาที่ถูกมากเทียบกับพื้นที่ห้องชุดนั้น มีกรรมสิทธิ์เท่ากับผู้ที่ซื้อพื้นที่ห้องชุดในราคาที่แพงกว่ามากซึ่งเมื่อเลิกอาคารชุดแล้ว จะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและไม่น่าจะถูกตามความหมายและตามเจตนารมณ์ของมาตราที่กล่าวนี้
?ห้องชุด หมายความว่า ส่วนของอาคารชุดที่แยกถือกรรมสิทธิ์ออกได้เป็นส่วนเฉพาะของแต่ละบุคคล?
?อาคารชุด หมายความว่า อาคารที่บุคคลสามารถแยกถือกรรมสิทธิ์ออกได้เป็นส่วนๆ โดยแต่ละส่วนประกอบด้วยกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล และกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง?
ดังนั้นการนำพื้นที่จอดรถที่เป็นทรัพย์ส่วนบุคคล ซึ่งไม่ใช่ห้องชุดที่เป็นส่วนของอาคาร และไม่ได้อยู่ในอาคารตามนิยามข้างต้น มารวมกับพื้นที่ห้องชุดในการคิดกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะตาม มาตรา 14 แก้ไขเพิ่มเติมตาม พรบ อาคารชุด 2551 นั้นระบุไว้ว่า อัตราส่วนกรรมสิทธิ์ให้พิจารณาเฉพาะเนื้อที่ของห้องชุด และเนื้อที่ที่ต้องอยู่ในอาคารชุดเท่านั้น เป็นสำคัญ
?มาตรา ๑๔ อัตราส่วนในกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์ส่วนกลางของเจ้าของร่วมให้เป็นไปตามอัตราส่วนระหว่างเนื้อที่ของห้องชุดแต่ละห้องชุดกับเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา ๖?
ถามว่า การนำเนื้อที่พื้นที่จอดรถที่เป็นทรัพย์ส่วนบุคคลมารวมในการคิดอัตราส่วนกรรมสิทธิ์นั้นจะทำมิได้ใช่หรือไม่ เนื่องจากถ้านำพื้นที่จอดรถมาคำนวณอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์ส่วนกลาง จะทำให้ผู้ที่มีที่จอดรถส่วนบุคคล ซึ่งซื้อมาในราคาที่ถูกมากเทียบกับพื้นที่ห้องชุดนั้น มีกรรมสิทธิ์เท่ากับผู้ที่ซื้อพื้นที่ห้องชุดในราคาที่แพงกว่ามากซึ่งเมื่อเลิกอาคารชุดแล้ว จะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและไม่น่าจะถูกตามความหมายและตามเจตนารมณ์ของมาตราที่กล่าวนี้
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 มาตรา 4
กำหนดให้ “ทรัพย์ส่วนบุคคล” หมายความว่า ห้องชุด และหมายความ
รวมถึงสิ่งปลูกสร้างหรือที่ดินที่จัดไว้ให้เป็นของเจ้าของห้องชุด
แต่ละราย ทั้งนี้ ที่จอดรถยนต์สามารถเป็นได้ทั้งทรัพย์ส่วนกลาง
และทรัพย์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นไปตามเจตนาของเจ้าของโครงการ
หากต้องการขายห้องชุดพร้อมที่จอดรถก็สามารถกำหนดให้ที่
จอดรถเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลได้ ดังนั้น เมื่อมีการขายที่จอดรถเป็น
ทรัพย์ส่วนบุคคล จึงถือว่าเจ้าของห้องชุดมีกรรมสิทธิ์ทั้งในห้องชุดและ
ที่จอดรถจึงต้องรวมพื้นที่ไว้ในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2)
การคิดอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางตามมาตรา 14
จึงต้องคิดรวมทั้งพื้นที่ห้องชุดและพื้นที่จอดรถ ทั้งนี้ การคิด
อัตราส่วนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางตามมาตรา 14 นั้น จะมีผลผูกพันไป
ถึงกรณีการเลิกอาคารชุด ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติ
อาคารชุด พ.ศ.2522 หากไม่มีการระบุไว้ในอัตราส่วนกรรมสิทธิ์
ในทรัพย์ส่วนกลางย่อมทำให้เจ้าของห้องชุดเสียกรรมสิทธิ์ใน
ที่จอดรถที่ได้ซื้อมา