แนวทางตรวจสอบและแก้ไขรายการจดทะเบียนทรัพย์ส่วนกลางพื้นที่จอดรถของอาคารชุดลา รอยัล บีช
Hot
20 ก.ค. 2569
เข้าชม 191
นิติบุคคลอาคารชุดลา รอยัล บีช ขอสอบถามเกี่ยวกับการจดทะเบียนอาคารชุดลา รอยัล บีช ทะเบียนอาคารชุดเลขที่ ๓/๒๕๕๑ ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๕๓๖ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ EIA กำหนดให้มีที่จอดรถรวมจำนวน ๒๒๓ ช่อง และกำหนดให้ที่จอดรถภายในอาคารเลขที่ ๘ หรืออาคาร Podium–ส่วนห้องพัก Type C&D สำหรับอาคารเลขที่ ๗ และอาคารเลขที่ ๘ มีจำนวนรวม ๑๘๐ ช่อง โดยรายงาน EIA ระบุกำหนดที่จอดรถของโครงการไว้ในรายการทรัพย์ส่วนกลาง แต่หนังสือสำคัญการจดทะเบียนอาคารชุดระบุที่จอดรถส่วนกลางภายในอาคารเลขที่ ๘ ไว้เพียง ๓๗ ช่อง และมีการจดทะเบียนพื้นที่จอดรถประมาณ ๒,๐๖๒.๕๐ ตารางเมตร จำนวน ๑๕๐ ช่อง เป็นทรัพย์ส่วนบุคคลประกอบห้องชุดเลขที่ ๓๓๕/๒๕๕ ของเจ้าของโครงการ ซึ่งมีพื้นที่ภายในห้องชุดประมาณ ๔๕.๔๔ ตารางเมตร จึงปรากฏส่วนต่างของที่จอดรถจำนวน ๑๔๓ ช่อง
จึงขอสอบถามกรมที่ดินว่า
๑. การจดทะเบียนพื้นที่จอดรถจำนวน ๑๕๐ ช่องเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลประกอบห้องชุดเลขที่ ๓๓๕/๒๕๕ ต้องอาศัยเอกสารหรือหลักฐานใด และการจดทะเบียนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับพระราชบัญญัติอาคารชุด แบบแปลนที่ได้รับอนุญาต และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA หรือไม่ อย่างไร
๒. กรณีจำนวนและสถานะของพื้นที่จอดรถตามทะเบียนอาคารชุดแตกต่างจากแบบแปลนและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและแก้ไขรายการทางทะเบียนได้หรือไม่ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนใด และต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลใดบ้าง
๓. หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้พื้นที่จอดรถจำนวน ๑๔๓ ช่องเป็นทรัพย์ส่วนกลาง จะสามารถตัดพื้นที่ดังกล่าวออกจากรายการทรัพย์ส่วนบุคคลประกอบห้องชุดเลขที่ ๓๓๕/๒๕๕ และแก้ไขเป็นทรัพย์ส่วนกลางได้หรือไม่ ต้องใช้เอกสารใด และสามารถใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของบริษัท ไวส์ พาวเวอร์ แลนด์ จำกัด เจ้าของโครงการ ซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและล้มละลายแล้วได้หรือไม่
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ EIA กำหนดให้มีที่จอดรถรวมจำนวน ๒๒๓ ช่อง และกำหนดให้ที่จอดรถภายในอาคารเลขที่ ๘ หรืออาคาร Podium–ส่วนห้องพัก Type C&D สำหรับอาคารเลขที่ ๗ และอาคารเลขที่ ๘ มีจำนวนรวม ๑๘๐ ช่อง โดยรายงาน EIA ระบุกำหนดที่จอดรถของโครงการไว้ในรายการทรัพย์ส่วนกลาง แต่หนังสือสำคัญการจดทะเบียนอาคารชุดระบุที่จอดรถส่วนกลางภายในอาคารเลขที่ ๘ ไว้เพียง ๓๗ ช่อง และมีการจดทะเบียนพื้นที่จอดรถประมาณ ๒,๐๖๒.๕๐ ตารางเมตร จำนวน ๑๕๐ ช่อง เป็นทรัพย์ส่วนบุคคลประกอบห้องชุดเลขที่ ๓๓๕/๒๕๕ ของเจ้าของโครงการ ซึ่งมีพื้นที่ภายในห้องชุดประมาณ ๔๕.๔๔ ตารางเมตร จึงปรากฏส่วนต่างของที่จอดรถจำนวน ๑๔๓ ช่อง
จึงขอสอบถามกรมที่ดินว่า
๑. การจดทะเบียนพื้นที่จอดรถจำนวน ๑๕๐ ช่องเป็นทรัพย์ส่วนบุคคลประกอบห้องชุดเลขที่ ๓๓๕/๒๕๕ ต้องอาศัยเอกสารหรือหลักฐานใด และการจดทะเบียนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับพระราชบัญญัติอาคารชุด แบบแปลนที่ได้รับอนุญาต และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA หรือไม่ อย่างไร
๒. กรณีจำนวนและสถานะของพื้นที่จอดรถตามทะเบียนอาคารชุดแตกต่างจากแบบแปลนและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและแก้ไขรายการทางทะเบียนได้หรือไม่ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนใด และต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลใดบ้าง
๓. หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้พื้นที่จอดรถจำนวน ๑๔๓ ช่องเป็นทรัพย์ส่วนกลาง จะสามารถตัดพื้นที่ดังกล่าวออกจากรายการทรัพย์ส่วนบุคคลประกอบห้องชุดเลขที่ ๓๓๕/๒๕๕ และแก้ไขเป็นทรัพย์ส่วนกลางได้หรือไม่ ต้องใช้เอกสารใด และสามารถใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของบริษัท ไวส์ พาวเวอร์ แลนด์ จำกัด เจ้าของโครงการ ซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและล้มละลายแล้วได้หรือไม่
แสดง
1 - 1 จาก 1
รายการ
1
การออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด พ.ศ. 2553 ข้อ 3 (4) และระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยอาคารชุด พ.ศ. 2554 ข้อ 5 (8) กำหนดว่า เมื่อมีผู้มาแสดงความประสงค์ขอจดทะเบียนอาคารชุด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดการให้ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานและรายละเอียด แผนผังและรายละเอียด
ของห้องชุด ทรัพย์ส่วนบุคคล และทรัพย์ส่วนกลางในอาคารชุดนั้น ได้แก่ จำนวนพื้นที่ ลักษณะการใช้ประโยชน์และรายละเอียดอื่น ๆ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 6 (3) และใบรับรองการก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ในกรณีที่อาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้นตั้งอยู่ในท้องที่ที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารใช้บังคับ โดยหลักเกณฑ์การรับจดทะเบียนอาคารชุดตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนอาคารชุด การออกหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด พ.ศ. 2553 ข้อ 7 (3) กำหนดว่า ในกรณีที่อาคารที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดนั้นตั้งอยู่ในท้องที่ที่กฎหมายควบคุมอาคารใช้บังคับอาคารนั้นต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร และสามารถใช้เป็นห้องชุดและทรัพย์ส่วนกลางได้ ดังนั้น การกำหนดรายละเอียดทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลาง จึงเป็นไปตามความประสงค์ของผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด และอาคารที่สามารถจดทะเบียนเป็นอาคารชุดได้ต้องรับอนุญาตให้ก่อสร้างและรับรองการก่อสร้างตามกฎหมายควบคุมอาคารแล้ว ส่วนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอยู่ในขั้นตอนการอนุญาตก่อสร้างอาคาร ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการหรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ฯลฯ หากเห็นว่า อาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างดำเนินการไม่เป็นไปตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจึงสามารถแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบอาคารได้ ทั้งนี้ การจดทะเบียนอาคารชุด เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 ในท้องที่ที่อาคารชุดตั้งอยู่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถขอทราบรายละเอียดจากพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้โดยตรง